ระเบียบ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ 26/2554

ข้อกำหนดด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

       โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 279 บัญญัติให้มีประมวลจริยธรรมเพื่อกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท ประกอบกับ ค่านิยมหลักซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ให้คำแนะนำให้หน่วยงานทั้งหลายถือปฏิบัติ โดยให้มีกลไก และระบบในการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

       บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นบริษัทมหาชน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งต้องดำเนินกิจการอย่างมีมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณที่ดี (Virtues, Moralities, and Ethics) และชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินธุรกิจ การบริหาร และ การปฏิบัติงาน มีความโปร่งใส ได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนและสังคมโดยรวม

       บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดทำระเบียบบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ 26 /2554 เรื่อง ข้อกำหนด ด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการที่กำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้น เพื่อใช้บังคับกับผู้ปฏิบัติงานของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในทุกระดับ รวมถึงเพื่อใช้เป็นค่านิยมร่วม สำหรับองค์กรและผู้ปฏิบัติงานทุกคนพึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่ไปกับ ประกาศ ข้อบังคับ คำสั่ง ระเบียบ และ วิธีปฏิบัติอื่นๆ อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ ปี 2552 ซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ซึ่งสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในรัฐวิสาหกิจของ OECD ปี 2548 (OECD Guidelines on Corporate Governance of State-Owned Enterprises 2005) และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2549 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

       บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ในการกำกับดูแลกิจการ และต้องการให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จึงได้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ 26/2554 เรื่อง ข้อกำหนดด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
ในระเบียบนี้

"บริษัท" หมายถึง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
"คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
"กรรมการผู้อำนวยการใหญ่" หมายถึง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ
ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
"ผู้บริหาร" หมายถึง พนักงานที่อยู่ในระดับผู้บังคับบัญชา
"พนักงาน" หมายถึง พนักงาน หรือ ลูกจ้าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
"คณะกรรมการจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน" หมายถึง คณะกรรมการจริยธรรมของ บริษัท อสมท จำกัด
(มหาชน) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

ข้อ 2. ให้ยกเลิกระเบียบบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ 8/2550 เรื่อง ข้อกำหนดด้านจริยธรรม และจรรยาบรรณ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

ข้อ 3. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป

ข้อ 4. ให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่งใด ๆ เพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวด 1
ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ สังคม และการส่งเสริมนโยบายรัฐ

ข้อ 5. ปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินกิจการสื่อสารมวลชนโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และไม่กระทำการใดๆ อันจะก่อให้มีผลเสียหายต่อสังคม ประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ข้อ 6. ส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นการอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง กิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และจริยธรรมของประชาชน

ข้อ 7. ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก 9 ประการ ดังนี้
(1) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม
(2) การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ
(3) การยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์
ทับซ้อน
(4) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย
(5) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
(6) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือน ข้อเท็จจริง
(7) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และ ตรวจสอบได้
(8) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(9) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร

ข้อ 8. ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายได้รับทราบนโยบายรัฐ แนวทางการพัฒนาประเทศ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารจากทางราชการได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เป็นธรรม และรวดเร็ว

หมวด 2
ความรับผิดชอบต่อบริษัท

ข้อ 9. ปฏิบัติตามกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ข้อกำหนดจริยธรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎบัตร และคำสั่ง ของบริษัท

ข้อ 10. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม รอบคอบ ทุ่มเทกำลังกายและสติปัญญาในการทำงาน โดยให้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ

ข้อ 11. รักษาทรัพย์สิน ธำรงไว้ซึ่งชื่อเสียง และประโยชน์อื่นใดของบริษัท โดยมิให้ใช้ไปโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัท และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ข้อ 12. หลีกเลี่ยง หรือ กระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัท หรือ เป็นการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่น ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเกิดจากการติดต่อกับผู้เกี่ยวข้องทางการค้า หรือ จากการใช้โอกาสหรือข้อมูลที่ได้จากการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน รวมตลอดถึง การทำธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัท หรือ การทำงานอื่นนอกเหนือจากงานของบริษัท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน

ข้อ 13. ไม่ใช้ข้อมูลของบริษัท ไปแสวงหาประโยชน์ต่อตัวเองและผู้เกี่ยวข้อง

ข้อ 14. ไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับของบริษัท

ข้อ 15. รับผิดชอบงานเยี่ยงผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ และมุ่งมั่นให้มีผลการดำเนินงานที่ดีเลิศ โดยการผสมผสานวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่ความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงสภาวะความเสี่ยงในปัจจุบันและอนาคต

ข้อ 16. หากผู้ใดพบความผิดปกติ หรือ พบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นในบริษัท อาทิ การประพฤติมิชอบ ในหน้าที่ การรับสินบน การทำผิดกฎระเบียบ คำสั่งต่างๆ ของบริษัท ผู้นั้นต้องแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาที่ตนเองไว้วางใจ สำนักทรัพยากรมนุษย์ คณะกรรมการจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน หรือ คณะกรรมการบริษัท เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญหรือเป็นประโยชน์ เพื่อเป็นการยับยั้งการกระทำความผิด และอาจใช้ข้อมูลนั้น เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเรียน ผู้รายงาน หรือ ผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดปกติ หรือ การกระทำความผิด ตามวรรค 1 นั้น จะได้รับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ เรื่อง "การคุ้มครองหรือให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์สำหรับบริษัท เกี่ยวกับการทุจริต การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งต่างๆ" ที่บริษัทได้กำหนดไว้ ดังนี้
(1) ผู้ร้องเรียน ผู้รายงาน หรือ ผู้ที่ให้ความร่วมมือ สามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวเองได้ หากเห็นว่าการเปิดเผย
นั้น จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย หรือเกิดความเสียหายใดๆ แต่หากมีการเปิดเผยตนเองก็จะทำให้บริษัทสามารถรายงานความคืบหน้า ชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบ หรือ บรรเทาความเสียหายได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
(2) บริษัทถือว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องถือเป็นความลับ และจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย
และความเสียหายของผู้ร้องเรียน ผู้รายงาน หรือ ผู้ที่ให้ความร่วมมือ แหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
(3) กรณีที่ผู้ร้องเรียน ผู้รายงาน หรือ ผู้ที่ให้ความร่วมมือ ได้รับ หรือ เห็นว่าตนอาจได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจเกิดความไม่ปลอดภัย ผู้นั้นสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้ หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครอง โดยที่ผู้นั้นไม่ต้องร้องขอ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเดือดร้อนเสียหาย หรือความไม่ปลอดภัย
(4) ผู้บังคับบัญชา สำนักทรัพยากรมนุษย์ คณะกรรมการจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน หรือ คณะกรรมการบริษัท ต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และเป็นกลาง เพื่อเป็นแนวทางจริยธรรมที่ดีของบริษัท เมื่อมี ผู้ร้องเรียน หรือ ผู้รายงาน ในกรณีที่เกิดกระแสความไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะโดยการปล่อย ข่าวลือ บัตรสนเท่ห์ หรือ ข้อความ อันเป็นเท็จ อันจะก่อให้เกิดความแตกแยกในบริษัท

หมวด 3
ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

ข้อ 17. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม โดยยึดถือประโยชน์ผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย

ข้อ 18. บริหารจัดการในกิจการของบริษัท ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง เพื่อก่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดี ให้แก่ผู้ถือหุ้น

ข้อ 19. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง และใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และความชำนาญ อย่างเต็มที่

ข้อ 20. เปิดเผยข้อมูล รวมถึงผลประกอบการของบริษัท ที่เป็นจริงและครบถ้วน ต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

หมวด 4
ความสัมพันธ์กับคู่ค้า และคู่แข่งทางการค้า

ข้อ 21. ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับบริษัท

ข้อ 22. มุ่งมั่นให้คู่ค้ามีความพึงพอใจอย่างสูงสุดกับบริษัท โดยการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เสริมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และในราคาที่ยุติธรรม

ข้อ 23. ไม่รับเงิน สิ่งของ หรือ ประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่ควรได้โดยชอบจากคู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้ หรือ ลูกหนี้

ข้อ 24. ไม่เรียก รับ จ่าย หรือ เสนอจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้าเจ้าหนี้ และ/หรือ ลูกหนี้

ข้อ 25. ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาที่มีต่อคู่ค้า หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะรีบแจ้งให้คู่ค้าทราบในทันทีที่ทราบว่าไม่สามารถปฏิบัติได้ เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไป

ข้อ 26. ประพฤติปฏิบัติตามกรอบกติกาของการแข่งขันที่ดีและเป็นธรรม

ข้อ 27. ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยประการใดๆ โดยปราศจากความจริง

ข้อ 28. ไม่เผยแพร่ความลับของคู่ค้ารายหนึ่งให้กับคู่ค้าอีกรายหนึ่ง

หมวด 5
จริยธรรมต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงาน

ข้อ 29. ให้ความสำคัญต่อพนักงานของบริษัท ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าสูงสุด โดยพยายามคัดสรรบุคลากร ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรมเข้ามาร่วมงาน พร้อมทั้งให้การฝึกฝน พัฒนา และดูแลอย่างดีด้วยสวัสดิการและผลตอบแทนที่เป็นธรรม

ข้อ 30. ผู้บังคับบัญชาพึงปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีเมตตาธรรม คุณธรรม เคารพในสิทธิ และให้เกียรติ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ 31. ผู้ใต้บังคับบัญชาพึงปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ ให้เกียรติ สุภาพ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความรู้ความสามารถ

ข้อ 32. รักษาและเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่ผู้ร่วมงาน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท

หมวด 6
คณะกรรมการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหาร และพนักงาน

ข้อ 33. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้น

ข้อ 34. บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวัง เพื่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ข้อ 35. บริหารงานโดยไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง หรืออยู่ภายใต้การครอบงำทางการเมือง และต้องวางตัวเป็นกลาง โดยรักษาภาพลักษณ์ของบริษัท

ข้อ 36. ห้ามมิให้ประกอบกิจการที่แข่งขันกับบริษัท หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับตนเองที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท ไม่เป็นกรรมการในนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุน หรือมีประโยชน์ ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัท เว้นแต่ได้รับมอบหมายจากบริษัท ทั้งนี้ จะต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การกำหนดนโยบาย การจัดการ หรือ การดำเนินการของนิติบุคคลดังกล่าว

ข้อ 37. ไม่รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และให้รวมถึง การมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนด้วย

ข้อ 38. ไม่รับหรือเรี่ยไรเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด นอกจากสิทธิประโยชน์อื่นใดที่พึงจะได้รับจากบริษัท เว้นแต่เป็นการรับในโอกาส หรือเทศกาลอันเป็นประเพณีนิยมที่คนทั่วไปพึงปฏิบัติต่อกัน โดยให้รับได้เฉพาะของขวัญ หรือของกำนัลที่ไม่มีมูลค่าทางการค้า หรือมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท ทั้งนี้ ให้รวมถึงการไม่เข้าไปเกี่ยวข้องทางการเงิน หรือ ก่อภาระผูกพันทางการเงินใดๆ กับลูกค้า หรือผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจด้วย

หมวด 7
กลไกและระบบบังคับใช้

ข้อ 39. ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ต้องประพฤติและวางตนอยู่ในกรอบระเบียบนี้ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน ในการกำกับดูแลความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ข้อ 40. กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า
(1) คณะกรรมการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบนี้ให้คณะกรรมการ เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ
(2) ผู้บริหาร พนักงานของบริษัท ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

ข้อ 41. การพิจารณาสำหรับกรณีมีการปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบนี้ ให้พิจารณาจากพฤติกรรมการฝ่าฝืน ความจงใจหรือเจตนา มูลเหตุจูงใจ ระดับตำแหน่ง หน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้ฝ่าฝืน ลักษณะการกระทำ และ ความเสียหายที่บริษัท ได้รับหรืออาจได้รับ ตลอดจนสาเหตุอื่นอันสมควรนำมาประกอบการพิจารณา

หมวด 8
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน

ข้อ 42. ให้คำแนะนำ สอดส่อง และกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้บริหารและพนักงานของบริษัทซึ่งปฏิบัติตามระเบียบนี้อย่างตรงไปตรงมา มิให้ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกใช้อำนาจโดย ไม่เป็นธรรม

ข้อ 43. รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ กรณีที่มีการฝ่าฝืนระเบียบนี้

ข้อ 44. สืบสวนข้อเท็จจริงการฝ่าฝืนระเบียบนี้ และให้มีอำนาจสั่งการตามที่เห็นสมควร

ข้อ 45. รายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบต่อกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

 

ประมวลจริยธรรมองค์กร